หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


ยินดีต้อนรับ

แปลกจัง ทำไมไม่ค่อยมีใครไปเที่ยว ฟิลิปปินส์ เลย

สวัสดีครับ

เช่นเคยนะครับ เมื่อยังไม่มีเรื่องใหม่เขียนเล่าให้ฟัง ขออนุญาตเอาของเก่ามาขายทานก่อนละกันนะครับ เรื่องฟิลิปปินส์ อีกแล้วครับท่าน

เอ่ยปากถามหา โตโร โตโร (ข้าวราดกับ) ตามที่อ่านจากคู่มือที่ คุณเอก ให้มา ค่อยมีคนชี้ไปที่เพิงด้านหลังคิวตุ๊กๆครับ

สั่ง อะโบโด หรือ หมูสามชั้นผัดซีอิ้ว อาหารจานโปรดของชาว ฟิลิปปินส์ และผัดผัก มาทานกับข้าว พร้อมกับแซวให้แม่ค้าหัวเราะร่วนตามถนัด ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองรอบๆและอมยิ้มไปด้วยที่เห็น อาการขวยอาย เวลาผมถ่ายภาพ

ระหว่างนั้น ผมถามคนที่ทานข้าวข้างๆ ได้ความมาว่า ท่าเรือไป ตาลเลค นั้น อยู่ห่ างจากที่นี่ 10 กม.และเป็นทางลงเขาขึ้นเขาด้วย ต้องนั่งตุ๊กๆไป ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง ...จึ๋ยยยย์

แล้วหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ก็เข้ามาถามว่า "ไปท่าน้ำไหม" ผมถามว่า เท่าไหร่ เค้าบอก "รวมค่าเรือด้วยหรือเปล่า" ผมบอก "เอาแค่ไปส่ง และคอยมารับแล้วกัน เรื่องเรือผมติดต่อเอง รู้สึกจะ 1800 ใช่ไหม" เขาพยักหน้า และถามว่า "จะให้เท่าไหร่"

ผมบอก "150"

เขาพยักหน้า ผมถามย้ำอีกทีว่า "150 ไปกลับนะ 2 คนนะ" เขาพยักหน้าอีก ผมจึงพูดดังๆให้คนอื่นรับทราบเป็นพยานด้วยอีกที และเขาก็คอนเฟิร์ม

ผมบอก "เดี๋ยวทานข้าวเสร็จ ไปกันเลย"

พ่อแม่พี่น้องและเพื่อนร่วมชาติที่รักทั้งหลายครับ....สำหรับท่านหรือใครที่ไม่เชื่อเรื่อง บาปกรรมมีจริง กรุณฟังผมสักนิด โปรดเชื่อผมสักหน่อยเถิดครับว่า เรื่องเวรเรื่องกรรมนี่ อย่าได้ลบหลู่เชียว...เพราะเวลาสั้นๆครึ่งชั่วโมงเศษๆที่ผมนั่งเจ้าตุ๊กๆของเจ้า เอ็ดเวิร์ด นี่ ผมก็ซาบซึ้งยอมรับแล้วครับว่า ชาติก่อนผมคงเป็นโจรร้าย หยาบช้าอำมหิต ที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน อย่างแน่นอน ชาตินี้ถึงต้องมารับกรรมอย่างสาสมเช่นนี้

เพราะกว่าผมจะแทรกตัวเบียดคุณนายเข้าไปนั่งในเบาะข้างๆได้ ก็เกือบนาที แถมต้องงอคอก้มศีรษะตลอดเวลา และเมื่อรถแล่นไปได้แค่ 500 เมตร ก็ต้องตะโกน "พารา พารา พารา (หยุด หยุด หยุด หยุดเดี๋ยวนี้)" เพราะกระดูกกระเดี้ยวบิดเบี้ยวไปหมด แล้วจัดการขอมานั่งข้างหลังคนขับแทน ซึ่งหลังคากำบังแดดฝน ก็ช่างต่ำเตี้ยจนอยากจะฉีกออกเขวี้ยงทิ้งให้พ้นหูพ้นตาไปเสียเหลือเกิน

เส้นทาง ก็พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย เป็นน้องๆทางลง เขาใหญ่ แบบเกือบจะเป็นฝาแฝดคลานตามกันมา ทั้งโค้งทั้งชัน เวลาเลี้ยวที ก็หวาดเสียโฆษๆ ต้องร้อง โอยยยย ตะโกนไปลั่นทุ่ง แบบ กลัวแล้ว กลัวแล้ว เมื่อไหร่มันจะถึงซะทีฟ่ะ....

ผมสวดภาวนา นึกถึงคุณพระคุณเจ้า พ่อแก้วแม่แก้วไปตลอดทาง แม้ผ่านจุดชมวิว ที่เห็นรถจอดเยอะแยะ ก็สะกิดบอกเจ้า เอ็ดเวิร์ด ว่า "อย่าได้ขืนแวะเชียว เจอดีของข้าแน่ ไปเร็วๆ ไปให้ถึงเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้นะแก"

พอรถผ่านเขต Banga (อ่านว่า บังก้า หรือต้อง บังห้า ล่ะทีนี้ ลืมถามมาเสียด้วยครับ) ก็เห็นป้าย บริการให้เช่าเรือ เต็มไปหมด แทบจะทุกบ้านเลยก็ว่าได้ครับ เพราะติดทะเลสาปแล้ว

รถตุ๊กๆพาเรามาที่ บ้านหลังหนึ่ง เขียนป้ายชัดว่า เลย์เนส รีสอร์ต แสดงว่า เป็นเจ้าประจำที่นำลูกค้ามาส่งกัน (และได้ค่าคอมมิชชั่นด้วย) ก็พอจะได้ไอเดียคร่าวๆว่า ทำไมเจ้า เอ็ดเวิร์ด ถึงยอมในราคา 150 เปโซ ไปกลับ ครับ

ก็อย่างที่เล่าไปล่ะครับ บ้านแถวนี้ คงทำรีสอร์ต ขายอาหาร และให้เช่าเรือกันทั้งนั้นครับ เพราะไม่ยากเย็นอะไร และไม่ได้มีท่าน้ำรวม แบบ หาดบางแสน จอมเทียน แต่อย่างใด (หรือมี แต่ผมไม่ทราบครับ)

คุยกับเจ้าของกิจการที่นี่ที่ชื่อ เอมี่ (ลูกสาวน่ารักชื่อ ลีน่า) เธอเรียกราคา ไปกลับ 1,800 เปโซ ผมรีบต่อรองตามชั้นเชิงว่า "อ่านหนังสือมาเห็นบอกแค่ 700 เท่านั้น" พร้อมกับทำท่าจะหยิบหนังสือออกจากเป้ เธอบอก "เป็นหนังสือเก่า ข้อมูลเก่า" ผมบอก "ไม่ใช่ เล่มนี้ปี 2005 เอง" และย้ำต่อว่า "700 ยังแพงเกินไปสำหรับครูจนๆอย่างเราสองคนด้วยซ้ำไป"

เอมี่ หันไปมองหน้าเจ้า เอ็ดเวิร์ด แล้วยิ้มแหยๆ ในขณะที่เจ้า เอ็ดเวิร์ด ก็ท่าทางเหมือนคนอกหัก ที่ระทดระทวย ระกำกล้ำกลืน เต็มทน ทั้งคู่ส่งสัญญาณให้กัน แล้ว เอมี่ ก็บอกว่า "ขอ 800 แล้วกันนะ"

ผมบอก "ความจริงยังไม่ได้ต่อเลยนะ แค่บอกข้อมูลเท่านั้น...น่าจะคิดแค่ 500"  

ทั้งคู่ร้องจ๊ากกก สีหน้าไม่ค่อยดี แล้วเอมี่ ก็บอกว่า "โอเค โอเค 700" และถามต่อว่า "จะเช่าม้าไหม" ผมบอกว่า "เดี๋ยวข้ามไปค่อยตัดสินใจแล้วกัน"

แล้วผมก็บอกเจ้า เอ็ดเวิร์ด ว่า "ถ้ายังไงกลับ มารับตรงนี้ ก่อนเวลาล่ะ"

เอมี่ ยิ้ม บอกเสียงลั่นว่า "ไม่ต้องห่วง เค้าจะไปกับคุณด้วย เป็นไกด์ให้....."

ผมยิ้ม "เหรอ ได้เลย ได้เลย แต่ไม่มีค่าจ้างต่างหากนะ"

เอ็ดเวิร์ด เบ้ปาก แต่ก็เดินตามเราไปที่เรือ ซึ่งเป็นเรือหางยาวแบบแมงมุม มีปีก 2 ข้างเหมือนที่เคยเห็นมาแล้วที่ บาหลี ครับ

ผมเพิ่งมาถึง บางอ้อ เอาที่นี่เองครับว่า ราวที่ขวางลำเรือ 2 ด้าน (ทำด้วยไม้ไผ่ทาสี) จนเป็นเหมือนแมงมุมนั้น ช่วยการทรงตัวของเรือหางยาวแบบนี้ได้ดีเหลือเกิน จนรู้สึกมั่นใจว่า โอกาสคว่ำหงายแทบไม่มี ทำให้นั่งสู้ลมชมวิวได้อย่างสบายใจเฉิบครับ

เรามีความสุขมาก ในขณะใช้หางตาชำเลืองดูทีไร ก็เห็น เอ็ดดี้ คนขับเรือ กับ เจ้า เอ็ดเวิร์ด เม้าธ์กันเป็นภาษา ตากาล็อก ออกทีท่าวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ไม่ทราบไปตลอดทาง........แต่พอเดาได้คร่าวๆว่า คงเป็นเรื่อง ชื่นชมบุญญาบารมีของเราทั้งสอง เป็นอย่างมาก และแอบเจริญพร ขอให้เรามีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป ทำนองนั้นครับ

วันอาทิตย์อย่างนี้ ท้องน้ำไม่เงียบเหงา และไม่ครึกครื้นเกินเหตุครับ...ท้องฟ้าที่สาดแสง อาทิตย์มาเพียงแผ่วบาง ช่วยให้นั่งไปจินตนาการไปโน่นนี่ได้เรื่อยเปื่อย แต่จุดหลักก็หนีไม่พ้นคำถามในใจที่ว่า ทำไมหนอ ถึงไม่มีใครมาเที่ยวอย่างนี้กัน

สำหรับคุณนายท่าน ก็เช่นปรกติทุกครั้งครับ คือ ตอนเที่ยวจะมีความสุขฉาบใบหน้าให้เห็นได้แต่ไกล แต่ตอนกลับบ้าน คิดรวมบัญชีค่าใช้จ่ายเมื่อไหร่ ใบหน้าเดียวกันก็จะเริ่มหงิก งอ หมอง เครียด จน น่าเกลียด น่าขยะแขยง ไปกว่ามาตรฐานที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ครับ 

8 มีนาคม 2550

.




(view 14037 )
ทั้งหมด>>