หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


บทความ (Article)

ตอนที่ 2. ชมวิถีชาวบ้าน กาฐมาณฑุ-มอไซค์พาเที่ยว-ไป นาการ์ก็อต

สวัสดีครับ

ทริปสตอรี่ เนปาล ผมเขียนไปแล้ว 1 ตอน คือที่ลิงค์ข้างล่างนี้ครับ

ตอนที่ 1. ที่ซื้อตั่ว-แหล่งข้อมูล-เดินทาง-ท่องทาเมล ราตรี-ชม กาฐมานฑุ ยามเช้า 

สำหรับข้อมูลอัพเดท เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวเนปาลนั้น ผมเขียนไว้แล้ว 5 ตอน ดังนี้ครับ 

เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 
เล่าไปแล้ว 6 หัวข้อดังนี้ครับ

1. ไปเนปาล ซื้อตั๋วสายการบินไหน ที่ไหนดี ?
2. ทำวีซ่าที่ไหนดี ? ที่เมืองไทย หรือจะ Visa on Arrival ที่โน่นดี ?
3. จะแลกเงินที่ไหนดี ?
4.ว่าด้วยเรื่องอินเตอร์เน็ต
5. บริการฉับไว ถูกใจขาเม้าธ์ยิ่งนัก
6. การหาที่พัก ใน กาฐมาณฑุ

เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 
เล่าไปอีก 7 หัวข้อดังนี้ครับ

7. การเดินทางไปไหนมาไหนใน กาฐมาณฑุ
8. การเดินทางไป โพคขรา โดยเครื่องบิน โดเมสติก
9. การเดินทางไป โพคขรา ด้วยรถบัส
10. จะหาข้อมูลที่ไหน ไปเทรคกิ้ง Poon Hill ?
11. จะจ้างไกด์ หรือ ลูกหาบดี ? จ้างที่ไหน?
12. เนปาลใช้ปลั๊กแบบไหน ?
13. การหาที่พัก ใน โพคขรา.

เรื่องน่ารู้ ก่อนเที่ยว และ เทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 3 
เล่าไปแล้วอีก 4 หัวข้อครับ

14. จะเช่าอุปกรณ์เทร็คกิ้ง ที่ไหนได้ ?
15. จะไป นายาปุล อย่างไร? ตอนไหน? ทำไม?
16. ต้องซื้อ/ควรซื้อ Trekking Permit ของ ACAP หรือไม่?
17. ที่พักที่ดีที่สุด ในเส้นทางเทร็คกิ้ง พูนฮิลล์

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 4 
เล่าไปแล้วอีก  6 หัวข้อครับ

18. ที่พักที่ดีเยี่ยม บน โกเรปานี ก่อนขึ้นพูนฮิลล์
19. เทร็คกิ้ง พูนฮิลล์ ควรเตรียมอะไรไปบ้าง ?
20. อาหารแขก ที่อร่อยที่สุด ใน กาฐมาณฑุ
21. อาหารแขก ที่อร่อยที่สุด ใน โพคขรา
22. ร้านอาหารไทย ใน กาฐมาณฑุ
23. ช้อปเพลินจนเงินหมด จะกด เอทีเอ็ม ได้ที่ไหน?

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยว และเทร็คกิ้ง เนปาล ด้วยตัวเอง ตอนที่ 5 
เล่าไปแล้วอีก  6 หัวข้อครับ

24. ทำอย่างไรดี ถ้าสายการบิน ดีเลย์ หรือ ยกเลิกไฟล้ท์
25. เที่ยวอย่างไรให้ประหยัด
26. เจอ เมาอีสต์ (Maoists) หรือเปล่า ถ้าเจอแล้วจะทำอย่างไรดี....

เราไปเที่ยวกันต่อนะครับ นั่นร้านตัดผมอีกแบบ...ร้านอาหาร...และร้านบริการโทร.ทางไกลใกล้ครับ

หนังดัง และ สุราดีครับ

สัมมาอาชีวะครับ

ภาพขวาล่าง เป็นพนักงานเก็บขยะของ กทม.ครับ

เอ้อ......รบกวนมาช่วยเก็บกวาดแถวทำเนียบฯหน่อยสิครับ

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่..เราเฝ้าโอ้ละเห่
กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล

เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม
แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่
นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

ควร คิดพินิจให้ดี
ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน

ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง
แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย

5 เหตุผล ที่ทำให้อยากอยู่เนปาล

แม่น้ำ บาคมาตี และ...1 เหตุผล ที่ทำให้ชีวิตผมแห้งแล้ง ซังกะตาย อยู่ไปวันๆ..

เบ็นซินลิตรละ 67 ดีเซล 47 จ๊ะนายจ๋า (โห....41 บาท กับ 29 บาทเชียวครับ)คิวรถรับจ้าง และป้ายบอกทางมีภาษาอังกฤษที่ตอนแรกคิดว่าจำเป็น แต่ตอนหลังไม่จำเป็นเลย เพราะ บิวตี้ฟูลพีเพิ่ล อย่าง ชาวเนปาล ครับ......ไอ เลิฟ เนปาล....

ร้านกาแฟ และร้านอาหารเช้า ครับ....ส่วนภาพขวาล่าง..ลองทายดูนะครับว่า เป็นป้ายหน้าร้านจำหน่ายอะไรเอ่ย

ยังครับ ยังไม่เฉลย ....ชมคนทำขนม และร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ด ที่ใช้วิธีวาดภาพอาหาร ได้ไม่น่าสนใจมากครับ

ยังไม่เฉลยครับ...เพลย์บอดี้เสียงั้น... วงจรชีวิตครับ...กำไลสำหรับสตรีที่แต่งงานแล้ว....เปลสำหรับลูกน้อย....ชุดเท่ ส่งร้านซักรีดก่อน/หลัง ออกงาน...และ...คู่มือติววิชา ที่เลียนแบบมาจากแถวหน้ารมฯบ้านเราครับ

1. เอ๊ะ...ป้าแกนึกยังไง ถึงมาอะล่างฉ่างเอาตอนอายุ 53 นี่นะ 

2. ว้า....เมียจ๋านสวยกว่าแยะ

3. พวกนี้คิดนอกลู่ ...ป้าเค้าเจตนาจะให้เห็นสัจธรรม ความไม่ยั่งยืนของเนื้อหนังมังสาต่างหาก...สาธุ

4. คอยดูเหอะ....เดี๋ยวเจ๊เบียบเลียนแบบมั่ง เป็นยุ่งแน่

แหะ แหะ แหะ....เฉลยก็ได้ครับ...ฮึ ฮึ..ทำไมต้องขู่ด้วยว่า ...เดี๋ย..เลิกตามอ่าน...ฮึ ฮึ...วงมโหรี รับจ้างแห่ตามงานมงคล อมงคล ไงครับ

เดินชมเมืองเสียเพลิน กลับที่พักแต่งตัวเสร็จ นาบ้าร์ มารออยู่แล้วครับ......นำแผนที่มาให้ด้วย แล้วก็อธิบายอย่างละเอียดว่า ที่ไหนอยู่ตรงไหน ที่นั่นอยู่ตรงนั่น และที่นู้นอยู่ตรงนู้น ....ง่ายดีแฮะ.....นอกจากนั้น ก็เป็นธุระรับเรื่องต่างๆไปจัดการให้ ทั้งเรื่อง ซื้อบัตรเทร็คกิ้ง เพอร์มิท....หาลูกหาบ...ซื้อตั่ว ทัวริสต์ บัส....ให้ทั้งหมด...แล้วก็พาเราเดินไปเช่ามอไซค์อีกด้วยครับ

เช้านี้ วันนี้ เราจะท่อง กาฐมาณฑุ กันล่ะครับ โดยมีเป้าหมายอย่างน้อย 2 ที่ คือ นาการ์ก็อต และ ปาตัน  ครับ

จับรถได้ แวะซื้อสายรัดข้างร้าน มาผูกเป้ไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา แล้วเราก็ลัดเลาะมาตามเส้นทางที่เดินเตร่เมื่อคืน ออกมาทางที่ผ่านเมื่อเช้า จำได้คร่าวๆในใจว่าเส้นทางไหนจะไปไหนพอได้....โธ่...บานาน่า บานนาน่า กะแค่เรื่องขี่มอไซค์ ฮานอยที่ว่าหิน ยังกินเดิมพันมาเรียบแล้ว....มือขวาเร่งเครื่อง มือซ้ายจับเข่าคุณนายให้อุ่นใจ ส่วนปากก็ผิวเพลง.... ขอหัวเราะเยาะเย้ยเหวยเหวยฟ้า... ตามด้วย... มัชชาเล่ มัชชาเล่ ดรูม ดรูม.... อย่างมันส์ในอารมณ์ยิ่งนักครับ แต่....พอพ้นวงเวียน เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางออกนอกเมืองเท่านั้นแหละครับ....ก็เหมือนโดนมรสุมกระหน่ำเข้าให้ 4-5 ลูกติดๆกันจนตั้งตัวไม่ติด........ระบบระเบียบจราจรทั้งหลายแหล่ โยนทิ้งข้างทางกันหมดแล้วครับ ......ต่างคนนึกอยากจะเลี้ยวก็เลี้ยว นึกอยากจะหยุดก็หยุด อยากจะแซงก็แซง.... ขนาดเห็นรถข้างหน้าสวนมาเร็วชัดๆ แต่พ่ออยากไปก็แซงไปเสียงั้น ...คุณพระช่วย..โชคดีที่อีกฝ่ายยอมเบรค จอดรอ และถลึงตาใส่เพียงนิดเดียวแล้วก็ไม่ว่าอะไร ปล่อยให้เลี้ยวเข้าที่เข้าทางไปโดยดุษฎี....ผมมาถึงบางอ้อ เอาสัก 2 ชั่วโมงผ่านไปว่า เป็นเรื่องที่แสนจะคุ้นชิน ด้านชา ของคนขับรถที่นี่ ที่แปรเปลี่ยนปัญหาอันน่าระอาใจระคายอารมณ์ มาเป็นความประนีประนอม ผ่อนหนักผ่อนเบา จนกลายเป็นความ เอื้ออาทร ทั้งๆที่แต่ต้นไม่อยาก อรอาเทื้อ สักนิดโดยอัตโนมัติครับ.......

......นี่แหละครับ ความสวยงามของจิตใจ ที่เกิดจากการปรับสภาพวิกฤติให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ยอมรับ จนให้อภัยกันและกันเป็นโดยไม่รู้ตัว....แน่นอนครับว่า พื้นฐานทางจิตใจ ที่บ่มเพาะให้ประกอบกรรมดี ด้วยความเคร่งในศาสนา ย่อมมีส่วนกล่อมเกลาให้หัวใจอ่อนนุ่มมีเมตตาต่อสัตว์โลกด้วยกันอย่างผู้มีธรรมมะในหัวใจ.........จะเชื่อไหมครับถ้าผมจะบอกว่า........ ตลอดเวลา 2 อาทิตย์กว่าที่อยู่ที่นั่น เราไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่คนขับรถทะเลาะกัน ด่ากัน เอาเรื่องเอาราวกันเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ...คนขับรถที่นี่ (แม้แต่คนขับรถเมล์ กระเป๋ารถ) จึงแปลกกว่าที่อื่น ที่ไม่เครียด ไม่ประสาท ไม่ว่าการ ดีล กับคนที่ยังมีการแข่งขัน แก่งแย่ง กันตามวิสัยของปุถุชน จะปรากฎให้เห็นต่อหน้าต่อหน้าเป็นประจำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนซ้ำซากก็ตาม ....นี่คือดอกไม้ ที่บานเบ่งกลางเส้นทางจราจรอันอุดมด้วยฝุ่นละออง และกรวดทรายที่ปลิวว่อนตามการหมุนของล้อรถ อันน่าชื่นชมยิ่งนัก....แต่สำหรับคนต่างวัฒนธรรมที่ยังแปลกใหม่อย่างผม....ในช่วงจังหวะที่ต้องขับเคลื่อนยานพาหนะไปข้างหน้ากลางแดดร้อน ในช่วงจังหวะที่ถูกผงสาดเข้าตาทั้งสองข้างจนแสบเคือง สองหูกึกก้องไปด้วยเสียงแตรที่สาดใส่กันอย่างไม่อินังขังขอบ....ในช่วงจังหวะนั้นๆ ผมภาวนาในใจแต่เพียงเบาๆว่า...เมื่อไรหนอ ถึงจะพ้นไปจากนครแห่งความโกลาหลอลหม่านนี้เสียที.....

จนกระทั่งเข้าสู่เส้นทางไป บักตาปูร์ เห็นป้ายชี้ไป นาการ์ก็อต อยู่ข้างหน้า เห็นวัวและเล็มหญ้าอยู่ริมทางนั่นแหละครับ เราจึงจอดรถ ผ่อนคลายความคุกรุ่นลง และเดินยืดเส้นยืดสาย เช็ดหน้าเช็ดตา หายใจโล่งขึ้นมาได้บ้าง

เพียงวันแรกที่มาอยู่ เนปาล ผมก็เดาออกแล้วครับว่า รายจ่ายที่มากที่สุดของงบประมาณประเทศในแต่ละปี ก็คือเงินเดือนเบี้ยเลี้ยงข้าราชการนี่อย่างหนีไม่พ้น ครับ...เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน..... แทบทุก 100 เมตร ...เราจะต้องเห็นทหารเนปาล ถือปืนเดินตรวจ หรือยืนคุม อยู่ทั่วไป....แต่...

แต่...ไม่ต้องตกใจหรือแม้แต่พรั่นพรึงครับ....ทหาร ตำรวจ เนปาล คือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีอัธยาศัยไมตรี (อย่างน้อยที่ชัวร์ๆ ก็คือ กับนักท่องเที่ยว) ดีที่สุดในโลกครับ.....เพราะฉะนั้น เวลาจะถามทาง หรือขอความช่วยเหลือ ....ถามจากทหาร ตำรวจ เถิดครับ..... รับรองชื่นใจ มีความสุขจากคำตอบ ความช่วยเหลือ รอยยิ้ม ที่แทบจะหยิกแขนตัวเองไม่อยากเชื่อประมาณนั้นเลยครับ...มีเพียงที่นี่เท่านั้นครับ ที่ขอถ่ายรูปทหาร แล้วเขาจะยืนโพสท่ายิ้มให้เราถ่ายตามความประสงค์ด้วยความเต็มใจครับ

มีเพียงที่นี่เท่านั้นครับ ที่ผมขอถ่ายภาพ ป้อมปืนในเขตทหาร เมื่อไม่ได้รับการอนุญาต และผมตื้อว่า...โอนลี่ วัน พิคเจอร์ พลีซ พลีซ พลีซ.....แล้วอีกฝ่ายยิ้มตอบ ด้วยสีหน้าสลดว่า...โน เสอร์...โน พลีซ....

ผมรักเนปาลครับ รักมากจริงๆครับ เนปาลสอนให้ผมและทุกคนรู้ตระหนักว่า..... คนทุกอาชีพ ทุกชนชั้น วรรณะ รักกันได้โดยไม่ต้องมีฟอร์มครับ ...เนปาล ไอเลิฟยู...เวรี่ เวรี่ เดียร์ลี่.....

เมื่อพ้นเขตชุมชนไปแล้ว เป็นเส้นทางขึ้นเขา ที่คล้ายๆกับเส้นทาง ไชยปราการ ขึ้น ดอยอ่างขาง ครับ คือเป็นแนวทางลาดขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆ และสองข้างทางก็อย่างที่เห็นในรูปครับ

หญิงชาวไร่แบกกระสอบพืชผลมารอขึ้นรถขนส่งไปยังที่หมาย....พ่อค้าเร่ขายผ้าห่ม เสื้อผ้า เดินขวักไขว่....ไม่ต่างจากที่เห็นในบ้านเราครับ...
แล้วเราก็มาถึงโรงเรียน ถามเด็กดู...บอกว่า ...ต้องขึ้นเขาไปอีก 15 กม.โดยประมาณ ครับ....

เหลือบตาดู เห็นชัดว่ากลางวงล้อมของเด็กๆคือพ่อค้าร่างเล็กหน้าตาคม ผิวมืดสนิท ตาโต กำลังชุลมุนชุลเกอยู่อย่างขมักเขม้น ถามไถ่ดู ทราบว่า เป็น ของทานเล่นที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ติดใจกันนัก ก็ขอซื้อเพราะอยากรู้อยากเห็นบ้าง ในราคา 10 รูปีครับ ...โดยมีนักเรียนหญิงหัวเราะคิกคักแอบมองอยู่ชั้นบน

หน้าตาคล้ายๆ หมี่กรอบ ครับ คือเอาข้าวพอง ไปคลุกกับ หอม ถั่ว เกลือ เครื่องเทศ และน้ำปรุงสีแสด คน คน คน แล้วก็ประจง เทใส่ กระดาษหนังสือพิมพ์ (น่าทานมากทีเดียวครับ).....หยิบกระดาษแข็งที่ฉีกไว้เป็นสี่เหลี่ยมขนาด 3 เท่าของแสตมป์ ให้ตั้ง 2 แผ่นใช้แทนช้อนตัก.....จึ๋ยยยย์...

อยากเอาใจพ่อหนุ่มคนขายเหมือนกันครับ..... แต่ขอยอมแพ้ดีกว่า ถ่ายรูปเสร็จ ก็ขอให้เด็กช่วยทานแทน โดยเอามือโบกไปมาหน้าปาก แสดงทีท่าว่าคงเผ็ดสู้ไม่ไหว และแม้เด็กๆจะเพียรปลอบประโลมว่า... น็อต สไปซี่...น็อต สไปซี่....ก็บอกตัวเองในใจว่า.....เออ ข้ารู้ ....แต่เชิญเอ็งตามสบายเหอะ......

ขับต่อไปอีกหน่อย ก็เจอด่านเก็บเงิน ขอเก็บค่าเข้าอย่างนอบน้อมสุภาพ ราคา 5 รูปี (3 บาท) สำหรับมอไซค์ .......ซึ่งคุณนายก็หยิบยื่นให้ และพนมมือไหว้ นมัสเต เมื่อรับตั๋วมา......เพียงเท่านั้น ความเป็นมิตร ความเป็นญาติ ก็สื่อสัมผัสกันได้ โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆออกมาแม้แต่น้อยครับ
ทำเลอย่างนี้ ....บนหน้าผาที่เป็นจุดชมวิว แพนนอราม่า อย่างนี้...โต๊ะเก้าอี้ไม้สีขาว มีร่มหลากสีสันตั้งยั่วอารมณ์อย่างนี้...น่าจะเดาออกว่า ขาย ชา-กาแฟ แก้วละ 40-50 บาทแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง
.....แต่เปล่าเลยครับ...ที่นี่ มีเพียงรอยยิ้มต้อนรับ ทักทาย นมัสเต .....แล้วก็มีเพียงน้ำขวด และขนมกรุบกริบ เท่านั้นที่จำหน่าย ในราคาปรกติ โดยชาวบ้านสองสามีภรรยา ซึ่งเผอิญ มีพรสวรรค์ในการสรรค์สร้างความสุนทรีย์มีระดับขึ้นมาโดยไม่ถูกครอบงำด้วยวิสัยพ่อค้าหน้าสีชมพู แม้แต่น้อยครับ

เส้นทางช่วงนี้ งดงามยิ่งนักครับ..ยิ่งมองลงไปเห็นถนนพาดผ่านเป็นวงกลมหลายชั้นรอบเขา ยิ่งไม่รู้สึกร้อนแดดเลยครับ

ในที่สุด เราก็มาถึง นาการ์ก็อต ที่มีรถบัส จอดอยู่ที่ป้ายถึง 2 คัน...อันแสดงว่า การเดินทางมาที่นี่โดยรถประจำทาง ก็ใช่เรื่องผิดปรกติแต่อย่างใดไม่ครับ

เราขับต่อขึ้นไปอีกครับ...โอ้ววว...ทัศนียภาพ ณ จุดนี้ ยิ่งจับตาเกินคำบรรยายครับ

อู้ววววว์....ใครมีเสื่อให้เช่า มีร่มให้เช่า เท่าไหร่ก็จ่ายไม่มีเกี่ยงครับ ขอนั่งยืดเท้ามองภาพข้างหน้าอย่างนี้ นิ่งๆ สักชั่วโมงก่อนเหอะครับ อย่าว่ากัน

เพื่อไม่ให้ช่วงต่อไปขาดตอนกระท่อนกระแท่น เราไปขึ้นกระทู้ใหม่ดีกว่านะครับ....กระทู้หน้า ว่าด้วย การพาชมโรงแรม 5 ดาวบน นาการ์ก็อต โดยเฉพาะครับ ...(พิเศษเพื่อ คุณ Patches ตามสัญญาใจครับ)   ดูภาพเรียกน้ำย่อยก่อนได้ครับ

อ้อ...ถ่ายไกลไป...เห็นไม่ชัดนะครับ...ได้ครับ ได้ครับ...ซูมได้ครับ

เราไปต่อกันที่กระทู้นี้นะครับ

ตอนที่ 3. เที่ยวนาการ์ก็อต สำรวจรีสอร์ต และ โรงแรม 5 ดาว-แวะบักตะปูร์-ท่องตลาดนัดยามค่ำ 

 




 
หน้าหลักบทความ (Article)>>    กลับหมวดเนปาล Nepal>>


view(8840)