หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


บทความ (Article)

รีวิว พม่า โดย หมูอึ๋ม ตอนที่ 1 --- ย่างกุ้ง

 

 

ไปเที่ยวพม่าครั้งนี้ เป็นแบบแบกเป้ไปเอง ซึ่งก็ได้แรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวด้วยตัวเองมาจากพี่วุฒิและพี่เคท ทำให้กล้าออกเผชิญโลกกว้างอย่างมั่นใจ ติดตามเรื่องราวการเที่ยวของพี่ทั้งสองมาตลอด ได้เคยตามรอยไปเที่ยวเนปาลมาแล้ว มาคราวนี้ได้ไปเที่ยวพม่า ต้องศึกษาหาข้อมูล ทำการบ้านเตรียมตัวก่อนไป ถึงแม้พม่าจะเป็นสถานที่ที่พี่ทั้งสองไม่เคยไป แต่เมื่อเราไปแล้วก็เลยอยากนำข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์กลับมาแชร์ มาเล่า ให้พี่ๆ เพื่อนๆ ได้ฟัง ได้เรียนรู้ ได้ศึกษาเพื่อเป็นการตอบแทน นี่ถ้าไม่ได้พี่ๆทั้งสองคงยังไม่กล้าเที่ยวเองอย่างแน่นอน

13 วันในพม่า 23 ธันวาคม 2550 - 5 มกราคม 2551 (ย่างกุ้ง-ไจก์ทิโย-หงสาวดี-พุกาม-มัณฑะเลย์-ปินอูลวิน-อินเล) ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา จริงๆ เป็นช่วงไฮซีซั่น แต่ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบ ทำให้นักท่องเที่ยวบางตา ใครไปเที่ยวช่วงนี้เลยถือว่าโชคดี ดีที่ไม่ต้องไปจองโรงแรมล่วงหน้า ดีที่ข้าวปลาอาหารไม่ต้องแย่งใครกิน เข้าโรงแรมมีห้องว่าง เข้าร้านอาหาร ไม่ต้องรอนาน แต่ก็โชคร้ายด้วยที่ว่า เด็กที่เข้ามาขอเงินก็ดี ขายของก็ดี จะเข้ามารุมเราหมด ถือว่า Supply เยอะ Demand น้อย เลยซวยไป

ก่อนไปเที่ยวพม่า มักจะมีคนถามว่ากล้าไปเหรอ ไม่น่ากลัวเหรอ เค้าประท้วงกันอยู่นะ แหม ถามมาได้ก็กลัวนะสิ เห็นข่าวที่นักข่าวชาวญี่ปุ่นถูกยิงตายฟรีกลางถนนในกรุงย่างกุ้งซะขนาดนั้น ถึงขั้นปอดแหก ออกอาการอยากเบนเข็มไปประเทศอื่น จึงลองไปถามแอร์เอเชียที่จองไว้แล้วว่า ยกเลิกตั๋วได้มั๊ย - ได้แต่ไม่คืนเงินนะจ๊ะ หรือเลื่อนตั๋วได้มั๊ย - ได้ต้องเสียค่าเลื่อน หรือ เปลี่ยนเป็นประเทศอื่นได้มั๊ย - เชอะ ฝันไปเถอะ อ้อยเข้าปากช้าง แถมถ้าเลื่อนก็ตอ้งเดินทางในอีกไม่เกิน 5 เดือน ก็จะเป็นช่วง เม.ย. แล้วเค้าจะเลิกประท้วงกันยัง แล้วพม่าเราไม่ร้อนตับแลบเหรอนั่น หลังจากลองหลายวิธี ไม่ได้ผล ว่าแล้วด้วยความหวงเงิน (แต่ไม่ยักกะหวงชีวิต) จึงตัดสินใจลุย เดินหน้าหาข้อมูล ไปเที่ยวมาจนเกือบทั่วพม่า กลับมาโดยสวัสดิภาพ แถมความประทับใจที่ได้รับกลับมามันจุกอก ล้นถึงลิ้นปี่ จนอยากมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ยิ่งถ้ายุให้เพื่อนๆ ไปได้ด้วย จะยิ่งดีใจมาก จึงมาบอกเพื่อนๆ ว่าไปเถอะ แล้วจะหลงรักพม่าอย่างที่เราหลงรัก

ไปด้วยแอร์เอเชีย ไม่มีโปร เพราะเดินทางช่วงปีใหม่ ถึงย่างกุ้งก็เข้าเมืองโดยแท๊กซี่ ราคา $6 บอกเค้าว่าไป ChanMyae guesthouse  แต่ไม่ได้จองไปก่อน เพราะเค้าไม่มีอีเมล์ ที่นี่ยังไม่มีการจองแบบอีเมล์หล่ะ เพราะแค่มีไฟฟ้าใช้ไปวันๆ ก็บุญแล้ว การจ่ายไฟขึ้นอยู่กับรัฐบาล ถ้าเป็นโรงแรมใหญ่ก็จะมีเครื่องปั่นไฟเพื่ออำนวยความสะดวกให้ แต่โรงแรมเล็กๆ ไม่คุ้มค่าน้ำมัน ดังนั้นการเข้าพักจึงต้องใช้วิธีเสี่ยงวอล์คอินเอา โชคดีที่มีห้อง ตอนแรกเลือกระหว่าง Beautyland กับที่นี่ เพราะอ่านจากกระทู้แนะนำของคุณ SBPVC พอไปถามจากแท๊กซี่ว่าที่ไหนดีกว่า ให้แท๊กซี่เลือกให้ เค้าบอกให้มาที่นี่ เจ้าของที่นี่น่ารักมากๆ ต้อนรับเราเป็นอย่างดี ที่นี่เป้นธุรกิจครอบครัว พ่อแม่ อยู่กะเช้า คุณหลานกะบ่าย ถ้าแขกที่พักเป็นชาติอะไร แกก็จะมีธงออกมาปักที่หน้าเคาน์เตอร์ว่ามีชาติไหนมาพัก เราเป็นชาติไทยหนึ่งเดียว ในช่วงที่พัก จึงมีธงไทยไปโดดเด่นอยู่ใน GH นั้น

สภาพภายในห้องพัก สะอาดสะอ้าน ห้องน้ำไม่มีคราบไคลให้เหนื่อยใจ ราคาคืนละ $15 สำหรับห้องไม่มีหน้าต่าง แต่ถ้าเป็นห้องติดหน้าต่างก็ $20 แนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับที่นี่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แบบว่าเดินไปสุเลย์เจดีย์ก็ได้ หรือจะไปที่ไกลหน่อยก็เรียกแท็กซี่ แป๊บเดียวมาจอดตรงหน้า นอกจากนั้นแล้วยังเป็นแหล่งที่หาของกินราคาประหยัดได้ไม่ยากเย็น จะช๊อปเหรอรอบข้างก็เป็นแหล่งช๊อปสินค้าของคนเมือง ไปเดินดูคนพม่าเค้าเพลินๆ ก็หมดไปวันแล้วหล่ะ

หลังจากจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย ก็ออกเดินไปหาร้านแลกเงิน โดยเดินไปที่ตึกซากุระตามที่คุณ SBP แนะนำไว้ ปรากฏว่าไม่เปิด นึกขึ้นมาได้ว่าตลาดน่าจะมีที่ให้แลก เลยเดินไปตลาดโบกฉกอองซาน ถามๆ แม่ค้าขายเพชรพลอยในตลาด แกก็พาเดินไปในซอกๆ ดูน่ากลัวว่าแลกเสร็จแล้วจะโดนดักตีหัวมั๊ย ประมาณนั้นเลย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แถมแบงก์ที่ได้ก็ดูใหม่ สรุปว่าใครจะหาแลกเงินให้ไปที่ตลาดโบกฉก ได้ราคาดี ถ้าเดินตามท้องถนน จะคอยมีคนมาถามเหมือนกันว่า “Change Money?” แต่ดูท่าทางแล้วไม่น่าไว้วางใจ ยังไม่เคยใช้บริการเหมือนกัน เพราะกลัวจะได้แบงก์ปลอมมาเชยชม (ไม่ได้ใช้) ไม่รู้ว่าเค้าได้อะไรจากการมาเดินถามเหมือนกัน ถ้าเค้าให้เรทถูกกว่า แล้วเค้าจะทำกำไรจากตรงไหน เป็นปุจฉาที่ยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้ และทางที่ดีเพื่อนๆ คิดคำนวนไว้เลยก็ดีว่าทั้งทริปต้องใช้เงินเท่าไร แล้วแลกจากย่างกุ้งไปเลย เพราะไปแลกที่เมืองอื่น ได้เรทไม่ค่อยดีแบบใจหายเลยหล่ะ

จากนั้นก็จัดการเรื่องปากท้อง โดยเดินหาร้าน Baw Ga เดินอยู่นานกว่าจะเจอ เพราะออกเสียงถามคนพม่า เค้าไม่เข้าใจ ปรากฏว่าออก accent ผิด กว่าจะได้กินเล่นเอาเหนื่อย แต่คุ้มค่าการเดินหา ดูหน้าตาสิ น่ากินซ้า........

จากนั้นก็นั่งรถเมล์ไปประมาณ 2 ป้าย เพื่อไปลงเจดีย์สุเล ที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่เดินไม่ไหว เพราะเดินหาร้านกินนี่ก็ขาลากแล้ว เสียค่ารถไป 50 จั๊ต ก็ประมาณ 1.50 บาท ถูกกว่านี้มีอีกมั๊ย รถจะไปลงแถวๆ วงเวียนรอบสุเลเจดีย์ ที่รอบๆ เป็นอาคารสไตล์โคโลเนียล เป็นตึกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานราชการของพม่า ผู้คนก็ค่อนข้างขวักไขว่ เพราะแถบนี้คล้ายๆ เป็นจุดเปลี่ยนรถโดยสาร ถ้าบ้านเราก็คงอนุสาวรีย์ชัย

ผู้คนรอบๆ วงเวียน ข้ามถนนนี้ไปก็จะเจอเจดีย์สุเลแล้วหล่ะ

หน้าตาเจดีย์สุเล ที่สวยงามไม่แพ้ เจดีย์ชเวดากอง ภายในก็ใหญ่โตอลังการ ไม่เสียค่าเข้า แต่เสียค่าฝากรองเท้า เราถามว่าเท่าไร เค้าบอกว่า donation แต่บอกราคาว่า 1000 จั๊ต (ประมาณ 30 บาทต่อคน) ไอ้เราก็งงว่า donation คุ้นๆ ว่าแปลว่าตามแต่ศรัทธา ไม่ใช่เหรอพี่ แต่ก็ไม่อยากเถียง

จากเจดีย์สุเล เหนื่อยเลยแอบไปงีบที่ GH แป๊บนึง ช่วงบ่ายๆ ก็ออกไปเที่ยวต่อที่เจดีย์โบตาทาวน์ เรียกแท๊กซี่ ไปประมาณ 1000 จั๊ต 30 บาท ที่นี่เป็นวัดที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า แถมโชว์ให้เห็นจะจะ ในครอบแก้วใส ชาวพม่ามาสักการะเป็นจำนวนมาก

ที่นี่ยังมี “เทพทันใจ” อันเลื่องชื่อ ร่ำลือว่าหากใครมาขอพรกับเทพองค์นี้ จะสัมฤทธิ์ผลในเร็ววัน ขอหวยได้มั๊ยท่าน

เทพทันใจถือเป็น นัต ชาวพม่านับถือนัตพอๆ กับนับถือพระพุทธเจ้าเลยทีเดียว โดยนัตเป็นภูตผีปีศาจที่ดี คอยช่วยเหลือคุ้มครองปกปักรักษาคน ในภาพก็เป็นนัตอีกตนหนึ่ง ที่เชื่อว่าบันดาลความรอบรู้ในด้านศิลปะวิทยาการ และการศึกษา ใครที่จะสอบมักจะมาขอพรจากท่าน

เจดีย์ชเวดากอง ไม่มาที่นี่ เหมือนไม่ได้มาพม่า ที่นี่มีคนพม่ามาสักการะกันอย่างท่วมท้น วัยรุ่นจูงมือกันมาดูกุ๊กกิ๊ก ยายจูงหลานเดินขึ้นบันได เด็กๆ เพิ่งหัดเดินก็เข้าวัดเข้าวากันแล้ว คนที่นี่ดูยังดูมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างน่าเลื่อมใส

ไปเจอคนนั่งสมาธิเพ่งดวงตะวัน โดยบางคนมีความเชื่อว่า เป็นการบำเพ็ญกุศลทางหนึ่ง (เออ ว่าแต่ทาครีมกันแดดก่อนดีมั๊ย หน้าดำหมดเลย ฮิฮิฮิ)

หากเป็นกรุงเทพ ผู้คนคงพากันไปจับเจ่าอยู่ที่สยามพารากอน เอ็มโพเรียม แต่ชาวพม่ามักจะพากันมาเข้าวัด

แบบนี้เลย เดินกันขวักไขว่


ที่นี่เป็นจุดขอพร ที่เรียกว่า "พื้นดินแห่งความสำเร็จ" ขออะไรสัมฤทธิ์ผล โอมเพี้ยง

 
ชเวดากองยามค่ำคืน ก็ไม่ควรพลาดชม เพราะสวยงามไม่แพ้กลางวัน
 
 
สุดท้ายก็เป็น วัดพระตาหวาน หรือ "เจดีย์เจาน์ทัตยี" เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในพม่า แต่เก่าแก่น้อยกว่าพระนอนที่เมืองหงสาวดี
 
ที่พระบาทของพระนอนองค์นี้ จะมีรายละเอียดสวยงามกว่าพระนอนที่เมืองหงสาวดี
 
 
 



 
หน้าหลักบทความ (Article)>>    กลับหมวดพม่า Myanmar>>


view(29975)