หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


บทความ (Article)

LAO SOUTH ลาวใต้ ตอน 1.--- การเดินทางไปอุบล-ไปปากเซ-ไปหลักแปด-ไปนากะสัง-ไปคอนพะเพ็ง...

 


สวัสดีครับ

เราไปเที่ยว ลาวใต้ ตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ 7 แล้วครับ..... เป็นทริปที่นั่งทำงานเพลินๆ ก็อุบัติขึ้นปุบปับ (เมื่อดูตารางแล้ว มีเวลาแค่อาทิตย์เดียวที่น่าจะว่าง) คิดเสร็จตอนเที่ยง พอบ่ายก็ออกไปจองตั๋ว แล้วคืนนั้น 5 ทุ่มก็มาขึ้นรถ....... ถึง อุบล 7 โมงเช้า ....แล้ว วันอังคาร เราก็ปร๋ออยู่ที่ ปากเซ นากะสัง ดอนเดด อย่างไม่คาดฝัน ทุกอย่างง่ายดายราบรื่น และสนุกสนาน ประทับใจกว่าที่คิดไว้เยอะเลย..... แล้วจะทะยอยเล่าให้ฟังนะครับ

แหะ แหะ มา ลาวใต้ ครั้งนี้ เสียดายที่ บ่ มี ลาบ อี หลี ครับ ......เพราะมีแต่ น้ำตก .....จากน้ำตกหนึ่งไปอีกน้ำตกหนึ่ง ดูกันเพลิน ไม่มีเบื่อ.... เพราะแต่ละที่ก็ต้อง อ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ ทั้งนั้นเลยครับ.........เราเคยไป เนปาล เคยตะลึงแล้วว่า ยอดเขาที่โด่งดังทั้งโลก 14 แห่ง อยู่ใน เนปาล เสีย 10 แห่ง.........พอมา ลาวใต้ ..ผมว่า ขึ้นชื่อว่า น้ำตก แล้วละก็ ลาว น่าจะอยู่ในอันดับต้นๆได้อย่างสบาย (มิพักต้องไปเปรียบเทียบกับของเรา ที่ขนาดและความอลังการ ประหนึ่ง เขาพนมรุ้ง เจอ นครวัด ประมาณนั้นครับ) ได้ชมแล้วตื่นตา ร้อง อเมซิ่ง ไม่ว่าชนชาติไหนเชียวครับ

มา ลาวใต้ หนนี้ ผมอดคิดถึงละคร สาวเครือฟ้า* หรือ เรื่อง ดรรชนีนาง** ไม่ได้เลยครับ.(ใครรุ่นเดียวกัน จำได้ไหมครับ..ดูสิดู ใครสอน ให้นอนหนุนตัก--ซุกซนนัก ไม่กลัว น้องจะหมองศรี...)..เพราะอะไร...

เพราะครั้งแรกที่ผมไปเที่ยว ลาวเหนือ คือ หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ ได้สัมผัสกับ ความมีน้ำใจไมตรีที่ปราศจากการแต่งเติมเสริมแต้ม ผมก็หลงใหลติดบ่วงเสน่ห์ของ เมืองลาว คนลาว อย่างถอนตัวไม่ขึ้น..... แต่แล้ว เมื่อไปจับจ้องมองพร่ากับแสงสีในถิ่นอื่นเสียนาน ผมก็ลืม ลาว ไปเสียสนิทตั้งปีกว่า  จนกระทั่งกลับมา ลาว อีกครั้ง ได้ ความรู้สึกละเมียดละไม จริงใจ ใสซื่อ กลับคืนมาอีกครั้ง ผมก็อดเสียดายไม่ได้ว่า อะไรหนอ ทำให้ตัวเองลืมเลือน เมืองลาว คนลาว ไปได้นานปานนี้

เมืองลาวสวยงาม คนลาวยังน่ารักเสมอครับ ใครมาแล้วไม่ชื่นชม ไม่รู้สึกอิ่มเอิบ ท่วมท้นจรรโลงใจกับความดีงามของเมืองลาว คนลาว ละก็ ผมว่า คงไม่ต้องไปแสวงหา Human Touch ที่ไหนอื่นในโลกอีกแล้วละครับ

มาเที่ยวลาวกัยเถิดครับ ง่ายนิดเดียว ไม่ว่าเรื่องการเดินทางและท่องเที่ยว มาแล้วจะร้อง ม่วนหลาย ซำบ่ายดี่ เหมือนเราอย่างแน่นอนครับ ขอรับประกัน !!!!

 

.

.

* เรื่องของ ทหารหนุ่ม (ร้อยตรี พร้อม) ไปเชียงใหม่ หลงรักสาวเหนือ แต่เมื่อกลับมา กรุงเทพฯ ก็ลืมเธอไปเสียสิ้น

** เรื่องของทหารเรือหนุ่ม ไปรักสาวชาวเกาะเมืองใต้ เคยชมนิ้วนางเธอว่างดงามจับใจ แต่เมื่อกลับกรุงเทพฯ ก็ลืมเธอไปแต่งงานใหม่... วันแต่งงาน นางเอก ตัดนิ้วนางดองใส่ขวดมามอบให้เป็น ของขวัญครับ...จึ๋ยยย์

1. การเดินทาง จาก กทม.ไปเที่ยว ลาวใต้

ผมคิดว่า เที่ยวที่ไหนก็คงไม่ง่ายเท่ากับเที่ยว ลาว แล้ว นะครับ... เพราะเราไม่มีอุปสรรคทางด้านภาษา อีกทั้งเป็นที่ทราบและยอมรับกันทั่วไปทั้งไทยเทศว่า คนลาวเป็นคนมีน้ำใจ ไม่ต้องกังวลหากเกิดปัญหาใดๆ ทุกคนยินดีให้ความช่วยเหลือเสมออยู่แล้ว ครับ

เพราะฉะนั้น หากไม่ติดขัดว่า อยากจะเดินทางสะดวก ถึงเร็ว โดยทางเครื่องบิน (ซึ่งต้องเตรียมการนานพอควร หากต้องการราคาถูก ราคาโปรโมชั่น) แล้วละก็... นึกอยากจะไปเมื่อไหร่ ก็ไปได้เลย ครับ เพราะมีรถทัวร์ ที่ให้ความสะดวกเป็นที่สุดอยู่มากมายครับ

เมื่อตัดสินใจว่าจะไป ...ผมจัดการโทร.ถึงน้องที่เคยเที่ยว ลาวใต้ มาแล้ว ได้ข้อมูลว่า จะขึ้นรถทัวร์ไปอุบล ก็ได้ ช่องเม็กก็ได้ ไปอุบลก็สะดวก เพราะมีรถข้ามไปปากเซ เหมือน หนองคายข้ามไปเวียงจันทน์อยู่แล้ว....

ผมเสิร์ชดูราคา แอร์เอเซีย กรุงเทพฯ-อุบล ดู ปรากฏว่าต้องสะดุ้งโหยง เพราะ 2 คนไปกลับ ปาเข้าไปเกือบ 6,500 บาทครับ...เพราะฉะนั้น ผมจึงโทร.ถาม บริษัท ขนส่ง ได้ข้อมูลมาว่า จะให้สบาย ต้องไปกับ นครชัยทัวร์ ไปลงอุบล ครับ

โทร.สอบถาม นครชัยทัวร์ แบบไม่ต้องคิดมาก เพราะเคยมีข้อมูลเลาๆมาแล้วครับว่า ที่นี่เค้าเจ๋ง.. แล้วก็ได้คำตอบว่า... มีตารางเดินรถไปอุบลวันละหลายเที่ยว แต่เกือบเต็มแล้วทุกรอบ..... จึงจำเป็นต้องออกจากบ้านไปจองตั๋วเอง เพราะ เค้าไม่รับจองตั๋วในวันเดินทาง คือต้องอย่างน้อยล่วงหน้า 1 วัน ครับ

มองดูนาฬิกา เกือบบ่ายแล้ว...ไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดสัมภาระ และหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่ม...ว่าแล้ว สองตายาย...เอ๊ย...สองหนุ่มสาว ก็เดินทางไปที่ศูนย์ฯของ นครชัยทัวร์ ทันที...แตร่น แตร้นนนนน....


ศูนย์ฯนครชัยทัวร์ อยู่ที่ ถนนกำแพงเพชร ครับ ถ้ามาทาง รัชโยธิน พอขึ้นสะพานข้าม ถนน วิภาวดี เลี้ยวซ้ายลง ถนน กำแพงเพชร แป๊บเดียวก็เห็นแล้วครับ...... อยู่ก่อนถึง หมอชิต ครับ

แต่ถ้ามาทาง ดินแดง โดยทาง วิภาวดี ค้องระมัดระวังหน่อยครับ เพราะอาจขับเลย ซอบ วิภาวดี 19 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทฯได้...

คือมาจาก ดินแดง พอข้าม สะพาน สุทธิสาร... สะพานลาดพร้าว มาแล้ว ก็ชิดซ้าย สังเกต ปั้ม คาลเท๊กซ์ ให้ดี.... ขับเลยป้าย ซอย วิภาวดี 17 ไปแล้ว จะเริ่มงง เพราะข้างหน้าเกือบชนสะพานแล้ว ยังไม่เห็นป้าย ซอย 19 เลย...

ไม่ต้องตกใจครับ ขับชิดซ้ายไปช้าๆ เลียบเลาะไปเรื่อยๆ ก่อนขึ้นสะพาน มี อาคาร ทีพีแอนด์พี ตั้งตระหง่านอยู่ ก็เลี้ยวซ้ายเลยครับ..... ตรงปากซอยนั่นแหละครับ ถึงจะเห็นป้าย วิภาวดี 19 และป้าย นครชัยแอร์ (ตั้งชื่อซะ ยังกะสายการบิน) 200 เมตร แอบหลบมุมอยู่อ่ะครับ

เข้าซอยไปสุดซอยเลยครับ จนจะทะลุมา ถนนกำแพงเพชร ก็เจอแล้วครับ

หน้าบริษัทฯ มีที่ว่างให้จอดรถมากมายครับ .......เข้าไปข้างใน มีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับให้ความสะดวกดีมากครับ...... เมื่อจะซื้อตั๋ว พนักงานจะถามก่อนครับว่า เป็นสมาชิกหรือเปล่าคะ... คือถ้าเป็นสมาชิก จะได้ลด 5% และสามารถ สะสมไมล์ (จริงๆครับ) ไปใช้บริการ นวดฟรี ด้วยครับ....เอ้อ...ค่าสมัครสมาชิก 59 บาทเท่านั้นครับ....

สอบถามเวลาเดินทางแล้ว เราก็เลือกเที่ยวสุดท้าย คือ 5 ทุ่มครับ เพราะจะไปถึงอุบล 7 โมงเช้า....แบบ ถ้าทันก็ต่อรถ อุบล-ปากเซ ที่ ท่ารถ เที่ยวแรก เลยครับ...

ค่ารถคนละ 552 บาท ไปกลับ 1,104 บาทครับ...เป็นรถ วีไอพี 32 ที่นั่ง.....เราจัดการจองเที่ยวกลับไว้เลยครับ เพราะเกือบเต็มทุกรอบแล้วเหมือนกัน เพราะเป็นคืนวันอาทิตย์ครับ


ภายในห้องรับรองผู้โดยสาร มีบริเวณกว้างขวาง มีทีวีให้ชม หนังสือพิมพ์ให้อ่าน มีประตูทางออก 3 เกท...และมีสายพานโหลด สัมภาระ ขึ้นรถด้วยครับ ..มาตรฐานน้องๆสายการบินทีเดียวครับ ขอบอก...

เจ้าหน้าที่บอกด้วยครับว่า มาขึ้นลงรถที่นี่ สะดวกกว่าที่หมอชิตเยอะ เพราะมีแท๊กซี่รอรับส่งผู้โดยสารที่ควบคุมอย่างดี ไม่มีการปฏิเสธลูกค้า และถ้าเกิดของติดรถไป ก็สามารถตามได้แน่นอน เพราะมีการลงทะเบียน ตรวจสอบทุกคันด้วยครับ (แท๊กซี่ลงจากรถ มาช่วยยกสัมภาระ ทั้งขาไปขากลับด้วยครับ)


ฮั่นแน่...บอกแล้วไงครับว่า ไม่ได้โม้.....ในห้องพักรับรองผู้โดยสาร มุมหนึ่งเป็นบริการนวดด้วยครับ...ราคาถูกมากด้วยครับ คือ ครึ่งชั่วโมงละ 60 บาทเท่านั้นเอง และมีรายการ สะสมไมล์ เท่าไหร่ได้นวดกี่ชั่วโมงฟรี ด้วยครับ อิอิอิ....ต้องปรบมือให้จริงๆครับ รู้งี้มาแต่หัววันก็สวยครับ

อ้อ...กาแฟ ก็มีจำหน่ายนะครับ แก้วละ 10 บาทเท่านั้นเองครับ....ชาเขียวก็มี 20 บาท (ถูกกว่าหมอชืต ที่ 25 บาท) ราคาปรกติ ครับ

กว่าจะกลับมาบ้านได้ ก็ปาเข้าไป 5 โมงเย็น มีเวลาเตรียมตัว 4 ชั่วโมงหน่อยๆ...ผมจัดการเป็นฝ่ายเสียสละ ให้คุณนายเตรียมเรื่องสัมภาระทั้งหมด ส่วนตัวเองก็เปิดเว็บ เสิร์ชคำว่า ลาวใต้ เป็นพัลวัน...อ่านข้อมูลจนตาพร่าเชียวครับ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆมา ณ ที่นี่ด้วยครับ

ขอเรียนว่า กระทู้ที่โดนที่สุด ก็มี 3 กระทู้ด้วยกันครับ คือกระทู้ ขอเซียนช่วยบอกรถโดยสารลาวใต้หน่อยครับ  ที่ข้อมูลเจ๋งมาก หายกังวลไปเลย.......... และแน่นอนครับว่า กระทู้นี้ ทริปหนุกหนานที่ลาวใต้  ของ คุณ tipko ที่จุดประกายให้อยากตามรอยมานานแล้ว เพราะภาพสวยภาพหวานโรแมนติคเกินบรรยาย.....ส่วนอีกกระทู้ หาไม่เจอ จำไม่ได้แล้วครับ เป็นกระทู้ที่ คุณทอฝัน เข้าไปให้ข้อมูล มีรูปน้ำตกตาดเลาะ และอื่นๆสวยๆที่โดนสุดๆ......ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษมายังทั้ง 3 ท่าน และผู้แสดงความเห็นด้วย นะครับ

อะแฮ่ม....กระสุนนัดเดียว ขอนก 2 ตัว ซะเลยดีมั้ยครับ...ขออนุญาตก้อปรูป น้ำตกตาดฟาน จากกระทู้ คุณ tipko (ซึ่งก็คงขโมยของ คุณ ทิพย์ กะ จ้ำ มาอีกที) มาแปะที่นี่ด้วยครับ เพราะเราไป ตาดฟาน วันฝนตก ไม่เห็นอะไรเลยอ่ะครับ.....ขอบคุณหลายๆเด้อครับ



2. ไปรถทัวร์ ที่หะรูหะรา ปานชั้นเฟิร์สท์คลาสส บนเครื่องบิน

3 ทุ่มครึ่ง เราก็ออกจากบ้านมาขึ้นรถ.......

5 ทุ่มตรง เสียงเรียกเชิญให้ขึ้นรถ  เราก็รู้สึกชื่นใจจริงๆครับ เมื่อพบกับสภาพรถที่ใหม่เอี่ยมอย่างที่เห็น เพราะสะอาด.... กลิ่นหอม ....พื้นที่ระหว่างเก้าอี้ มีที่ว่างกว้างให้วางเหยียดเท้าสบาย... เบาะนวด... และที่สำคัญ สามาถเอนนอนได้แทบจะราบทีเดียวครับ

รถแวะรับผู้โดยสารที่หมอชิต อีกจำนวนหนึ่ง ..ซึ่งต้องขอขอบคุณสุภาพบุรุษจากอุบลท่านหนึ่งมากครับ ที่ยอมเปลี่ยนที่นั่ง ให้ผมและคุณนายมานั่งด้วยกัน (ใช่ครับ ตอนซื้อตั๋ว ไม่มีที่นั่งคู่ ทั้งขาไปขากลับครับ) ขอบคุณครับ  (แหม...ถ้าเป็นสุภาพสตรีละก็ เป็นตาย ข้อยก็บ่ยอมเปลี่ยนร็อกกกก  )

ตั๋วโดยสาร...แท็กส์ สัมภาระ...และ สแน็ค เครื่องดื่ม ที่มีแจกให้ถึง 3 รอบด้วยกัน...เพราะรถไม่แวะจอดรับประทานอาหารกลางทางเหมือนทัวร์อื่นครับ


3. ขึ้นรถต่อ ไป ปากเซ

นอนหลับอย่างสบาย แล้ว 7 โมงเช้า เราก็มาถึง ท่ารถ อุบล ตามกำหนดเวลาเป๊ะๆครับ

อ้อ....ใครที่ขี้หนาว อย่าลืมเตรียมเสื้อ หรือผ้าห่มมาเผื่อด้วยนะครับ....(สำหรับผม ผมใช้เสื้อคลุมแบบผ้าร่ม สวมอีกชั้น ก็เลยสบายครับ)....เพราะผ้าห่มที่เค้าให้มา อาจไม่พอครับ

ดีใจมากครับ ที่ได้ทราบว่า รถโดยสารระหว่างประเทศ อุบล-ปากเซ เลื่อนเวลาจาก 7 โมง เป็น 7 โมงครึ่ง ครับ เพราะฉะนั้น เราก็สามารถเดินทางต่อไปเลยครับ

อุ้บบบบ......สัมภาระที่เห็น ของเราเองครับ...แบบว่า...เราเผื่อไว้กรณีฉุกเฉิน อาจต้องอยู่เป็นเดือน ไม่ใช่ 6 วัน มั้งอ่ะครับ....เขิลลลล์

4. ขั้นตอนในการเดินทางข้ามไปประเทศลาว

เรากำลังจะข้ามประเทศกันครับ เพราะฉะนั้น ก็จำเป็นต้องมีขั้นตอนที่เป็นพิธีการบ้างนะครับ


ตะกี้เป็นขั้นเตรียมตัว อันนี้เป็นขั้นเดินทางครับ 

อันนี้ เป็นค่าธรรมเนียมต่างๆ ครับ 

ส่วนท่านที่จะนำรถข้ามไปเลย ก็ตามนี้ครับ


 

นอกจาก นครชัยทัวร์ แล้ว ก็ยังมีรถทัวร์อีกหลายบริษัทครับ อาทิ พิบูลย์ทัวร์...ศิริรัตนพลทัวร์...ซึ่งราคาเท่ากัน คือ วีไอพี 552 บาท...... ป.1... 473 บาท ครับ

นอกจากนี้ ก็มีรถจาก กรุงเทพ ถึง ช่องเม็ก เลย....และสามารถข้ามไป ลาว ได้ ในราคาค่ารถ 80 บาทครับ

ส่วนสาย อุบล-ปากเซ นี้ ก็ ค่าโดยสารคนละ 200 บาท ครับ 


รถระหว่างประเทศ อุบล-ปากเซ นี้ เป็นของ บขส.ครับ เพราะฉะนั้น ยื่นพลาสปอร์ต แล้วก็ซื้อตั๋วได้เลยครับ

ส่วนบูธ นครชัยทัวร์ นั้น ก็อยู่ข้างๆ .....ซึ่งขากลับ ถ้าเรามาก่อนเวลา สามารถฝากของ และเข้าไปเที่ยวในเมืองได้ครับ

รถนั่งสบายครับ โดยเฉพาะขาไป มีแค่ 5 คนครับ


ตารางเวลาเดินรถก็ตามนี้เลยครับ....... ไม่ต้องห่วงครับ กี่คน รถก็ออกครับ


5. แลกเปลี่ยนเงิน

เพื่อนร่วมทางคนหนึ่ง เป็น อิสราเอล ครับ ชื่อ ฮอร์เติ้น...หมอนี่เคราะห์ร้ายหน่อย นั่งรถทัวร์ บริษัทอะไรมาไม่ทราบ ขึ้นรถ 2 ทุ่มครึ่ง แต่มาถึงที่นี่ หลังเรา 10 นาทีครับ...พอทราบว่าเรามายังไง บ่นอุบเลยครับ

รถรับผู้โดยสารอีก 2 ท่าน เป็นคนลาวครับ ท่านสูงอายุนั้น ย้ายครอบครัวไปอยู่เยอรมันตั้งแต่ครั้งว ลาวแตก และกลับมาเยี่ยมบ้านทุก 2 ปี.......ส่วนอีกท่าน เป็นคนค้าขายอยู่ที่ ตลาดดาวเรือง....ซึ่งมีน้ำใจมากครับ นอกจากจะให้ข้อมูลต่างๆแก่เราแล้ว ยังให้แลกเงินด้วยครับ ในราคา 1 พันบาท ต่อ 270,000 กีบ (ราคาทั่วไป คือ 265,000 กีบครับ) เราจึงขอแลกมา 2 พันบาท เป็น เศรษฐีเงินครึ่งล้าน ในพริบตาครับ

การแลกเงินในลาวนี่ง่ายมากครับ ที่ไหนก็มีให้แลก ไม่ว่าร้านอาหาร ร้านขายของ ไม่จำเป็นต้องไปธนาคารครับ....ถ้ามีเงินดอลล์ และเงินไทยไปด้วย ก็ยิ่งสบายครับ .....คำนวณดูว่า จ่ายเงินอะไรถูก ก็ใช้เงินสกุลนั้นจ่ายได้เลยครับ

6. ผ่านด่าน ตอมอ ทั้งไทย-ลาว

ราว ชั่วโมงครึ่ง เราก็มาถึง ด่าน ช่องเม็ก ครับ

ที่นี่ มีป้ายเบ้อเริ่มหลายป้าย ห้ามนำบุหรี่ไทย จากลาวเข้าประเทศ เพราะเป็นบุหรี่ปลอมครับ ถ้าจับได้ ปรับ 15 เท่า ซองละ 5 ร้อยกว่าบาท ค็อตตั้นละ 5 พันกว่าบาทเชียวครับ

ลงจากรถ ไปทำเอกสาร ประทับตราพลาสปอร์ตครับ....รวดเร็วมากครับ แป๊บเดียวเสร็จครับ  ส่วนแบบฟอร์ม ก็เหมือนทั่วไปที่คุ้นเคย เวลาเราออกนอกประเทศครับ

จากด่านไทย ก็ไปด่านลาว จะเดินไปเลย หรือนั่งรถไปก็ได้ครับ  ที่นี่ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 20 บาท (แต่ขากลับ เจอ 40 บาท เพราะเป็นวันอาทิตย์.....คือ หลัง 4 โมงเย็นวันศุกร์ ถึงเช้าวันจันทร์ ต้องเสีย เท่าตัวเพราะเป็น โอเวอร์ไทม์ครับ) 

แบบฟอร์ม ตอมอ ของลาวครับ ไม่ยุ่งยากอะไรครับ


เนื่องจากต้องเรา เจ้าฮอร์เติ้น ทำวีซ่า (ค่าวีซ่า 30 ยูเอสครับ) เราจึงมีเวลาสำรวจไปรอบๆครับ

แหะ แหะ...ฉีดยา ฆ่าเชื้อไข้หวัดนกครับ


เจอคณะพนักงานของ บริษัท โดล ไทยแลนด์ (ผลไม้กระป่อง) จาก ระยอง มาทัศนศึกษา ที่นี่ด้วย รู้สึกทีมนี้ สนุกสนานกันมากครับ....ส่วนภาพขวาล่าง คือ คุณสุวิทย์ คนขับรถ ที่เจอทั้งขาไปขากลับครับ

7. ถึง ท่ารถปากเซ ซึ่งอยู่หลักสอง

3 ชั่วโมงเต็มๆ เราก็ข้าม สะพาน ลาว-ญี่ปุ่น ผ่าน ตลาดดาวเรือง มาถึงสถานีรถโดยสาร ที่ หลักสองครับ ...ที่นี่สามารถขึ้นรถไป เวียงจันทน์ ในราคาคนละ 130,000 กีบ หรือ ประมาณ 500 บาทครับ


รถตุ๊กๆมารออยู่ที่ท่ารถแล้วครับ จะไป หลักแปด (กม. 8) เพื่อขึ้นรถไป นากะสัง คนละ 7000 กีบครับ (ที่นี่ ไม่เหมาคัน แต่คิดเป็นคนครับ) ถ้าไปที่ใกล้ๆ ก็ คนละ 5000 กีบครับ

เนื่องจาก ฮอร์เติ้น ต้องไปแลกเงินที่ธนาคาร (เพราะมีแต่ แทรเวลเล่อร์เช็ค) เราก็เลยล่วงหน้าไปก่อน โดยจัดการต่อราคารถให้เรียบร้อยว่า ไปธนาคาร แล้วไปส่งต่อที่ หลักแปด 12,000 กีบครับ

มาถึงหลักแปด รถที่จะไป นากะสัง จวนออกแล้วครับ ได้จังหวะเลย...ค่ารถคนละ 30,000 กีบครับ (130 กม.) 

คนขับตุ๊กๆ ชื่อ โสภา....ส่วนเจ้าของรถสองแถว คือ พ่อเทือง ครับ

ที่ หลักแปด นี่ เป็น ศูนย์กลางเดินรถ ไปที่ต่างๆครับ อาทิ....

จะไปเที่ยว น้ำตก เซกะตาม ต้องนั่งรถสาย อัตตะปือ ที่นี่ ในราคาคนละ 35,000 กีบครับ...ไปแล้วต้องค้างคืนที่นั่นนะครับ เพราะระยะทางเกือบ 200 กม. ไม่มีรถกลับในวันเดียวครับ

จะไปเที่ยว น้ำตก ตากฮัง ตากเลาะ ต้องนั่งรถไป สาละวัน ระยะทาง 85 กม. รถออก 9 โมง มีรถกลับจากตาดเลาะ บ่าย 2 โมง ค่ารถ 20,000 กีบครับ

จะไปเที่ยว น้ำตก ตาดฟาน ตากเยื้อง ก็ต้องนั่งรถไป ปากซอง คนละ 15,000 กีบ แล้วนั่งรถรับจ้างหรือเดินเข้าไปเอง...ระยะทางจาก ปากเซ 38 กม.ครับ ไปกลับได้ครับ

ส่วนจะไป เวียงจันทน์ จากที่นี่ ก็ได้ครับ ค่ารถ 85,000 กีบ ออก 9โมง ถึงตี 4 ครึ่งครับ ระยะทาง 700 กม. ครับ

8. เพื่อนร่วมทางที่ดี

รถเที่ยวนี้ เราได้เพื่อนร่วมทางที่ดีแต่ต้นมือ คือ หนุ่ม อิสราเอล 2 คน ชื่อ ฮามาร์ (มีเครา) กับ ซูวาว ซึ่งเพิ่งปลดประจำการมา (ที่อิสราเอล ทุกคนต้องเป็นทหาร ผู้ชาย 3 ปี ผู้หญิง 2 ปี) และมาเที่ยวได้เดือนเศษแล้ว

สามีภรรยาคู่นี้ มาจาก ฮอลล์แลนด์ ครับ มาลงที่ บ้านม่วง (33 กม. จากปากเซ) เพื่อไปต่อที่จำปาศักดิ์...และรับ สาวน้อยญี่ปุ่น ชื่อ มิกิ ขึ้นมาจากบ้านม่วง เพื่อไป นากะสัง ด้วยกันครับ

ผมถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากครับ กับการได้เพื่อนร่วมทางดีๆ ที่มีเรื่องราวที่เป็นสาระ ประเทืองปัญญา น่าสนใจ น่าเรียนรู้ .......แม้จะเป็นระยะเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันไม่นาน เราต่างได้รับความบันเทิง ความรอบรู้ กันอย่างเต็มปี่ยม เสียงพูดคุยผสานเสียงหัวเราะมีแทบไม่ขาดสายครับ

สามีภรรยาชาวดัทช์ เที่ยวเก่งมากครับ ผ่านมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ มีบันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจ ให้เราได้รับฟังมากมาย........ ในขณะที่ มิกิ ก็ชวนให้นึกถึงเพื่อนรักนักสะพายเป้ (แสงแดด) ขึ้นมาไม่ได้ เพราะเดินทางคนเดียวมามากมายหลายประเทศ แม้จะไม่สวยเท่าเพื่อน แต่สัมผัสได้ถึงความน่ารัก เด็ดเดี่ยว ประมาณกันครับ

ส่วนเพื่อนยิว ก็เล่าให้ฟังว่า ไม่สามารถไปเที่ยวประเทศมุสลิมได้เลย (อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศอาหรับ) เพราะไม่มีสัมพันธภาพทางการฑูตระหว่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก...ผมอดไม่ไหวเลยโพล่งไปว่า...แย่จริงๆ พวกนี้คงไม่เคยฟังเพลง ของ จอห์น เลนน่อน มาก่อนแน่ๆเลย....เล่นเอาทุกคนตบมือชอบใจกันใหญ่ พยักหน้าว่า จริง จริง...

ผมหมายถึงเพลงนี้ครับ....

Imagine ther s no heaven
It s easy if you try
No hell below us
Above us only sky
Imagine all the people
Living for today...

Imagine there s no countries
It isn t hard to do
Nothing to kill or die for
And no religion too
Imagine all the people
Living life in peace...

You may say I m a dreamer
But I m not the only one
I hope someday you ll join us
And the world will be as one

Imagine no possessions
I wonder if you can
No need for greed or hunger
A brotherhood of man
Imagine all the people
Sharing all the world...

You may say I m a dreamer
But I m not the only one
I hope someday you ll join us
And the world will live as one

ครับ เมื่อไหร่หนอ...เราถึงไปไหนต่อไหนได้ตามสบาย โดยไม่ต้องมีวีซ่า ไม่ต้องมีพาสปอร์ต ไม่ต้องมีชายแดน ไม่ต้องมีเชื้อชาติ ศาสนา.....And the world will live as one....

มิกิ ฝากความระลึกถึง เพื่อนคนไทย ตามที่อยู่ข้างบนด้วยครับ...ถ้าบังเอิญอยู่แถวๆนี้ อย่าลืมส่งเสียงส่งข่าวถึงเธอหน่อยเด้อ.....


บรรยากาศระหว่างรถจอด ซึ่งใครๆก็อดกดแช๊ะไม่ได้ครับ

โลนลี่แพนเน็ต ฉบับ ฮีบบรู (ภาษายิว) ของ ลาว ครับ

ส่วนกระเป๋ารถ หลานตาคนนี้ ไม่ใช่ขี้ไก่นะครับ เป็นนิสิต แพทย์ศาสตร์ ปี 2 ที่มาช่วยคุณตา ในยามปิดเทอม โดยไม่มีการวางฟอร์ม เหนือความกตัญญู ครับ

9. จาก นากะสัง จะไป คอนพะเพ็ง

อีก 3 ชั่วโมงเต็มๆ เราก็เดินทางมาถึง นากะสัง แบบไม่รู้ตัว....... ซึ่งระหว่างทาง ผมได้อธิบายให้ 2 หนุ่ม อิสราเอล และ 1 สาวญี่ปุ่นทราบแล้วว่า....... ถ้าจะไปเที่ยว คอนพะเพ็ง ต้องไปวันนี้ เพราะกลับมาแล้ว เรายังมีเวลาข้ามเรือไป ดอนเดด ได้.... ถ้ารอไปพรุ่งนี้ เที่ยวคอนพะเพ็งแล้ว อาจไม่มีรถจาก นากะสัง ไป ปากเซ ก็เป็นได้ เพราะเที่ยวสุดท้ายคือ 10 โมงเช้า....ถ้าไปวันนี้ เราสามารถแชร์กัน เช่ารถไปกลับได้ .....ซึ่งทั้งสามก็เห็นดีครับ

ที่ร้านกาแฟตรงป้ายรถนั่นเองครับ มีคนอาสาไปหารถให้ แต่รอตั้งนานไม่มาสักที และมีรถสองแถวคันหนึ่งมาทาบทาม คิดไปกลับ 400 บาท ผมต่อ 300 เขาโอเค....ตกลงเรา 5 คน ก็เลยแชร์กัน คนละ 60 บาท สำหรับการไป คอนพะเพ็ง ระยะทาง 25 กม.ครับ

สำหรับเพื่อนๆที่มาคนเดียวหรือ 2 คน ก็สามารถเช่ามอไซค์ไปกลับได้ครับ ในราคาคนละ 30,000 กีบ คือ 120 บาท...มีเยอะแนะไปหมดครับ เรียกว่ามาแย่งยื้อฉุดตัวกันทีเดียว...อย่างน้อย เจ้าของร้านกาแฟ ก็สามารถจัดหารถมอไซค์ให้เราได้ครับ

.

.

เราไปต่อกันที่ตอน 2. กระทู้นี้นะครับ

LAO SOUTH ลาวใต้ ตอน 2.


 

 


 




 
หน้าหลักบทความ (Article)>>


view(91422)